James Arthur ปล่อยอัลบั้มใหม่ “It’ll All Make Sense In The End”

16 พย. 2564 เวลา 11:22 น.

image

James Arthur กลับมาอีกครั้งกับอัลบั้มลำดับที่ 4 ที่มีชื่อว่า “It’ll All Make Sense In The End” ปล่อยออกมาแล้วเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน
 
James เขียนเพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มขณะอยู่บ้านที่ Surrey ในช่วงการล็อคดาวน์ ด้วยการมองการณ์ไกลที่ทำให้เขาได้ตระเตรียมสตูดิโอและอุปกรณ์การบันทึกเสียงชั้นดีต่าง ๆ ไว้นั้น ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้ได้ทำกำไรกลับคืนให้เขาอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่นหนึ่งในศิลปินที่ร่วมงานกับเขาอย่าง Andrew Jackson ผู้เขียน Train Wreck ที่สามารถมาเขียนและอัดเพลงท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ ที่บ้านแทนที่การไปเช่าสตูดิโอราคาสูงซึ่งการทำงานที่บ้านนั้นสามารถทำให้ศิลปินทำงานได้ตามความเร็วที่พวกเขาต้องการ
 
“มันมีแนวดนตรีที่ผมตั้งใจจะให้เป็นตั้งแต่วันแรกแม้ว่าจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นแต่มันก็เหมือนอัลบั้มจริงแล้ว ผมว่ามันเป็นการลงแรงที่เหมาะสม นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ผมทำอัลบั้มในที่ที่เดียวและคุณควรลองฟังสิ่งเหล่านี้ในดนตรี มันมีบางอย่างที่สะดวกสบายเกี่ยวกับการทำงานที่บ้านคุณครับ – ผมสามารถทำตัวเปราะบางได้มากกว่าที่เคย”
 
หลังจากเล่าเรื่องราวของตัวเองผ่านซิงเกิลแรกอย่าง ‘Medicine’ James และ Jackson ก็เขียนเพลงอิเล็กทรอนิกส์-ร็อคที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอย่าง ‘Losing You’ ตามมาติด ๆ “ผมอยากให้อัลบั้มนี้มีส่วนผสมของร็อคอย่างเป็นทางการ ร็อคสไตล์ที่ผมชอบคืออีโมและป๊อป-พังก์ ดังนั้นผมอยากลองทำเพลงแนวนี้ดู เนื้อเพลงซึ่งก็เหมือนกับหลาย ๆ เพลงที่เป็นเสียงของใครบางคนที่ใช้เวลาในการไต่ตรอง ประมวลผล และซื่อสัตย์อย่างมากต่อสิ่งที่เคยติดอยู่ในหัว ซึ่งนี่ก็คือผมที่คุยกับตัวเอง: ‘ฉันรู้สึกเหมือนใกล้จะเสียคุณไปตลอดกาล’”
 
อีกหนึ่งเพลงที่คลอดออกมาแรก ๆ คือ ‘Déjà Vu’ ที่เขียนขึ้นมากับ Jackson และ Mark Crew (Bastille, Rag’n’Bone Man) ซึ่งในเพลงนี้จะได้ฟัง James Arthur โชว์พลังเสียงแบบเต็มรูปแบบอย่างในท่อน: “You fucked me up, I can’t get enough…” Is that about a woman, drugs, demons? “I think it’s a bit of everything!” he replies with a laugh. “It’s been well documented that I’ve had my issues with all of those! It’s just quite honest stuff, really.”
 
ไม่มีเพลงไหนจะบ่งบอกตัวตนของ James Arthur ได้ดีเท่าเพลงที่แทร็ปได้เจอกับอะคูสติกในซิงเกิล ‘September’ ที่เป็นเหมือนการสารภาพอย่างหมดเปลือกอย่างที่เขาเคยต้องการ นอกจากนั้นเขายังกล้าที่จะร้องเพลงที่อ่อนโยนและใกล้ชิดอย่าง ‘Emily’ ที่ตั้งใจจะส่งถึงลูกสาวที่เขาอาจจะมีในอนาคตข้างหน้าซักวัน "That arose from conversations about having kids. Would I even be a good dad? What if they read about all the shit I’ve been through? It doesn’t matter,” he reasons, “because ultimately I’m the guy who’s going to be there for you all your life."
 
‘SOS’ คือเพลงที่เป็นเหมือนคำนิยามของอัลบั้มนี้ จุดมุ่งหมายหลาย ๆ อย่างที่ James Arthur ตั้งใจจะไปถึงได้ถูกรวบรวมไว้ในเพลงนี้ ผ่านดนตรีร็อคแบบหนัก ๆ ที่ได้ MV มาประกอบให้เพลงสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ใน MV คุณจะได้เห็น James Arthur เดินอยู่บนถนนที่ว่างเปล่าร้องเพลงให้กับวิญญาณที่แตกสลายและติดอยู่ในบ้านนานนับปี เป็นทั้งเสียงของอิสระและความหวังซึ่งเป็นสิ่ง James Arthur คอยย้ำกับตัวเองตลอดในช่วงปีที่ผ่านมา
 
การย้ายออกจาก London นั้นทำให้เขาได้มีพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง: พื้นที่ทำงาน พื้นที่สำหรับครอบครัว พื้นที่ออกกำลังกาย การสร้างสรวงสวรรค์แห่งนี้ทำให้เขารู้สึกสบายใจที่จะเปิดรับสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจหรือสิ่งที่เป็นเหมือนโรคระบาด “หนึ่งร้อยเปอร์เซ็น” เขายืนยัน “สำหรับผมที่มีอาการกังวลต่อการเข้าสังคม การเดินทาง การไปสตูดิโอคนอื่น การทำงานที่สถานที่ใหม่ ๆ สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องยากลำบากคร้บ แต่การทำงานที่บ้านทำให้ผมสามารถเป็นผมที่เปราะบางได้”
 
และนั้นทำให้เขาสามารถสร้างสรรค์เสียงที่เจิดจรัสสำหรับอัลบั้มนี้ได้พร้อมได้รับการช่วยเหลือเพิ่มเติมด้านการผลิตจาก Matt Rad ผู้ที่ทำงานร่วมกับวงโปรดของเขา Taking Back Sunday เขาช่วยให้ทุกสิ่งเข้ากัน “ซาวด์มันเรียบง่ายมากครับ เป็นการรวมกันของกีต้าร์ จังหวะแทร็ป และเมโลดี้ที่แสนแข็งแรง” เขาพูดจากประสบการณ์การทำงานหลายปีกับศิลปินซูเปอร์สตาร์อย่าง Ty Dolla $ign, Machine Gun Kelly และ Juicy J และเพราะจังหวะแทร็ปทำให้เขาอยากที่จะดึงความฮิปฮอปเข้ามาเสริมที่โวคัล “ถ้าเป็น Travis Scott เขาจะตีความเพลงนี้อย่างไร? Post Malone จะทำอย่างไรกับท่อนที่สองของเพลง ‘Medicine’? ถ้าผมต้องอธิบายอัลบั้มนี้: มันคือท่อนแร็ปกับคอรัสแบบร็อค มันคือประมาณนั้นครับ มันคือสิ่งที่ผมต้องการเลย”
 
James มียอดขายมากกว่า 30 ล้านครั้งทั่วโลกและได้ปล่อยอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จมากถึง 3 อัลบั้มแล้ว 'James Arthur' (อันดับ 2 ที่ UK), 'Back From The Edge' (อันดับ 1 ที่ UK) และ 'YOU' (อันดับ 2 ที่ UK) รวมถึงซิงเกิลอีก 9 ซิงเกิลที่ติดท็อปชาร์ต UK และ 2 เพลงฮิตที่อยู่ที่อันดับ 1 พร้อมทั้งได้รับรางวัลสำหรับการมียอดสตรีมมากกว่าพันล้านครั้งจาก Spotify กับเพลง ‘Say You Won’t Let Go’ (ปัจจุบันมียอดสตรีมมากกว่า 1.7 พันล้านครั้งจากทุกสตรีมมิ่ง) ไม่นานมานี้ James ยังยึดครองชาร์ตการออกอากาศด้วยเพลงที่ทำร่วมกับ Sigala ในเพลง ‘Lasting Lover’ ที่ยังเคยได้อันดับ 1 บนชาร์ต iTunes และติดใน 10 อันดับแรกบนชาร์ต Official Singles
 
James ได้ประกาศทัวร์ที่ UK และ Ireland และ North America ในปี 2022 และเพิ่มวันที่สำหรับโชว์ที่ Royal Albert Hall ใน London
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

James Arthur - It’ll All Make Sense In The End



ฟัง/ดาวน์โหลด: http://JamesArthurTH.lnk.to/IAMSiTE


Local Exclusive License/Distribution of

image